ทีมไหนมีโอกาสยึดบังลังก์แชมป์จาก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิคบ้าง?

55

แม้ผลงานจากแปดนัดแรกของ “เสือใต้” บาเยิร์นนั้นยังไม่สู้ดีนักในการลุ้นแชมป์ลีกสมัยที่ 7 ติดต่อกัน แต่เชื่อว่าคงยังไม่มีใครกาชื่อทีมยักษ์ใหญ่จากแดนใต้ทิ้งอย่างแน่นอน โดยสถานการณ์ตอนนี้นั้นบาเยิร์นยังรั้งอันดับท็อปโฟร์เอาไว้ได้ วันนี้มาส่องกันให้ลึกลงไปว่าทีมไหนมีสิทธิ์โค่นบัลลังก์แชมป์เสื้อใต้บ้าง

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – จ่าฝูง (20 แต้ม)

ก่อนเริ่มฤดูกาล พลพรรคเสือเหลืองต่างก็หวังไว้ไม่น้อยว่าปีนี้พวกเขาจะบินสูงเนื่องจากมีการเสริมทัพที่น่าสนใจหลายตำแหน่ง และตอนนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้หวังมากไป ทั้งอักเซล วิตเซลและโทมัส เดลานีย์ต่างก็เข้ามาเสริมแกร่งในแผงมิดฟิลด์ได้มาก ส่วนยาดอน ซานโช และ ปาโก้ อัลกาเซร์ ก็สวมบทซุปเปอร์ซับช่วยกันถลุงประตูกันแบบได้ใจแฟนบอล จนตอนนี้คู่แข่งต่างต้องเกรงกันไปหมด โดยเฉพาะหากคริสเตียน พูลิซิช ดาวเตะอเมริกันและพวกพ้องพากันฟอร์มเข้าฝักเหมือนนัดที่ถล่มเนือร์นแบร์ก 7-0 ประตูแล้วล่ะก็

แม้ในเกมนอกบ้าน พลพรรคเสือเหลืองก็ยังทำได้ดีเยี่ยม ทั้งในเกมคัมแบ็คหลังโดนเลเวอร์คูเซนนำถึงสองลูก และเกมที่พบกับเอาก์สบวร์กซึ่งลูกทีมของฟาฟร์ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังถึงสองครั้งแต่ก็พลิกสภานการณ์กลับมาชนะได้ 4-3 ประตู

“ทีมของเราเจ๋งสุดๆ” โรมัน เบอร์กี ผู้รักษาประตูทีมเสือเหลืองกล่าวหลังเอาชนะเอาก์สบวร์กไปได้ “เรามีผู้เล่นดีๆ มีกำลังใจดี ตอนนี้ทุกอย่างดูเข้าทางเราไปหมด”

อัลกาเซร์รั้งอันดับดาวซัลโวสูงสุดอยู่ในขณะนี้ด้วยผลงาน 7 ประตู ซึ่ง 6 ประตูมาจากการลงเป็นตัวสำรอง ด้วยประสบการณ์ของฟาฟร์และกำลังสำคัญของทีมอย่างมาร์โค รอยส์ เชื่อเลยว่าดอร์ทมุนด์ที่ยังไม่แพ้ใครเลยในตอนนี้สามารถฝันถึงการคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งได้อย่างแน่นอน โดยครั้งล่าสุดที่สามารถทำได้ต้องย้อนกลับไปถึงปี 2012 แต่ก่อนจะฝันให้ชัดขึ้นไปกว่านี้คงต้องปราบบาเยิร์นในบ้านในเกม “คลาสสิกเคอร์” วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ซะก่อน

โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค – อันดับ 2 (17แต้ม)

“สิงห์หนุ่ม” กลัดบัคเริ่มต้นฤดูกาลได้น่าประทับใจด้วยชัยชนะเหนือเลเวอร์คูเซนซึ่งจบอันดับ 5 เมื่อฤดูการก่อน นอกจากนั้นยังสามารถเอาชนะทีมรองแชมป์อย่างชาลเค่อ และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล อย่างแฟรงค์เฟิร์ตได้อีกด้วย แต่ที่น่าทึ่งที่สุดก็หนีไม่พ้นฟอร์มอันร้อนแรงที่ปราบแชมป์เก่าบาเยิร์นไปราบคาบ 3-0 ประตู

“เราแฮปปี้ที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องรักษาฟอร์มและทุ่มเททุกอย่างในเกมต่อๆไป” ลาร์ส สตินเดล กัปตันทีมสิงห์หนุ่มที่เพิ่งหายเจ็บกลับมายิงบาเยิร์นกล่าว “ถ้าต้องการประสบความสำเร็จในบุนเดสลีกา คุณต้องทุ่มเททุกอย่างอย่างต่อเนื่อง”

อลาสซาเน่ เพลอาเป็นผู้เบิกประตูแรกให้ทีมขึ้นนำบาเยิร์น อดีตดาวยิงสโมสรนีซวัย 25 ปียิงไปแล้ว 5 ลูกในการลงเล่น 7 เกมบุนเดสลีกานับตั้งแต่ย้ายมาในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วนตอร์กาน อาซาร์ก็โชว์ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้พี่ชายด้วยผลงานยิง 4 ประตู แถมยันน์ ซอมเมอร์ ยอดนายด่านสิงห์หนุ่มก็กำลังท็อปฟอร์มสุดขีด

แม้ลูกทีมของดีเทอร์ เฮคคิงจะทำผลงานนอกบ้านไม่ดีเท่าไหร่ แต่หากชัยชนะนอกบ้านเหนือบาเยิร์น มิวนิคจะปลุกกำลังและแรงใจของพวกเขาขึ้นมาได้ อาจมีลุ้นที่จะเห็นกลัดบัคขึ้นมาผงาดบนเวทีฟุตบอลเยอรมนีได้อีกครั้งเหมือนในยุดเซเวนตี้ส์ก็เป็นได้

แวร์เดอร์ เบรเมน – อันดับ 3 (17 แต้ม)

แม้ในช่วงหลังๆบาเยิร์นจะผูกขาดครองบัลลังก์แชมป์ลีกมาหลายปี แต่ก่อนหน้านั้นมีหลายสโมสรที่ผลัดกันขึ้นมาชูถาดแชมป์บุนเดสลีกาซึ่งเบรเมนก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในปี 2004 ด้วยยอดนักเตะอย่างโยฮัน มิกูด์ เพลย์เมกเกอร์เลือดฝรั่งเศส และคู่ดูโอ้ในแดนหน้าอย่างอิวาน คลาสนิช กับ ไอลตัน จึงเป็นคำถามที่ทุกคนต่างสงสัยว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่พลพรรคนกนางนวลจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนยุคนั้นได้อีกครั้ง เมื่อพวกเขาก็มีดีพอและสามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์ได้อีกสองหนหลังจากคว้าแชมป์ลีกได้

ด้วยกำลังสำคัญจากมักซ์ ครูเซ่อ และ เคลาดิโอ ปิซาร์โร บวกกับพลังหนุ่มของจอช ซาร์เจนท์ ปีกดาวรุ่งเลือดมะกัน ถือว่าขุมกำลังของเบรเมนนั้นไม่ได้น้อยหน้าทีมอื่นๆสักเท่าไหร่ แถมยังมีดาวี คลาสเซนที่ฟอร์มกำลังเริ่มติดเครื่องมาตั้งแต่ต้นซีซั่นนี้อีกด้วย

“เราพอใจกับแต้มบนตารางในตอนนี้และรู้สึกว่าเราเล่นกันได้ดีทีเดียว” ครูเซ่อกล่าวหลังเกมเอาชนะโวล์ฟสบวร์กไป 2-0 ประตู “แต่เรารู้ดีว่าฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล จะดีมากถ้าจบฤดูกาลแล้วเรายังอยู่บนหัวตารางแบบนี้”

เบรเมนนั้นแพ้ในบ้านไปเพียงแค่นัดเดียวนับตั้งแต่ฟลอเรียน โคห์เฟลด์เค้ามาคุมทีมในเดือนตุลาคมปี 2017 และในฤดูกาลนี้ก็สามารถเก็บชัยชนะนอกบ้านไปแล้วสองหน หากยังรักษาฟอร์มแบบนี้เอาไว้ได้ เราคงจะได้เห็นอะไรดีๆเกิดขึ้นในถิ่นเวเซอร์ชตาดิโอนอย่างแน่นอน

แอร์เบ ไลป์ซิก – อันดับ 5 (15 แต้ม)

ในปีแรกที่ไลป์ซิกเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกา พวกเขาคือคู่แข่งตัวฉกาจของเสือใต้ในการแย่งชิงแชมป์บุนเดสลีกา แต่ก็เสียท่าให้บาเยิร์นไปอย่างน่าเจ็บใจ แต่ผลงานรองแชมป์ที่ทำได้ในปีนั้นก็ถือว่าน่าทึ่งไม่เบา

ในฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาจบอันดับหกบนตารางคว้าตั๋วไปเล่นยูโรปาลีก ก็ยังถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใน แต่หลังจากต้องเสียนาบี เกอิตา มิดฟิลด์ตัวเก่ง และยอดเทรนเนอร์อย่าง ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิลไป หลายฝ่ายก็มองว่าปีนี้ไลป์ซิกไม่น่าไปได้ไกลสักเท่าไหร่

จริงอยู่ที่ไลป์ซิกเริ่มฤดูกาลนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แพ้ในนัดแรกและในเกมที่สองก็ทำได้เพียงเสมอในบ้าน แต่หลังจากนั้นเหล่านักเตะตัวเก่งของทีมก็พากันคืนฟอร์ม ทั้งติโม แวร์เนอร์ ยุสซุฟ โพลเซ่น และ ฌอง-เควิต ออกุสแต็ง ช่วยกันยิงรวม 11 ประตู โดยแวร์เนอร์ยิงลูกที่ 50 ของเขาในบุนเดสลีกาได้ในนัดถล่มเนือร์นแบร์ก 6-0 ประตูอีกด้วย

“เรากำลังมาถูกทาง” ราล์ฟ รังนิค กุนซือไลป์ซิกกล่าว “หากเรารักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไปก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ในซีซั่นนี้”

รังนิคนั้นถือเป็นโค้ชที่พลพรรคไลป์ซิกฝากความหวังไว้มาก กุนซือวัย 60 ปีคนนี้เคยพาฮอฟเฟนไฮม์ยึดจ่าฝูงครึ่งฤดูกาลแรกหลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดเมื่อปี 2008 และยังเคยพาชาลเค่อผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก และคว้าถ้วยเดเอฟเบ โพคาลในปี 2011 แต่ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่ารังนิคจะพาไลป์ซิกไปได้ไกลแค่ไหน

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน – อันดับ 6 (15 แต้ม)

ครั้งหนึ่งนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลินเคยกล่าวว่าเมืองหลวงแห่งนี้ “poor, but sexy” และคำกล่าวนี้ก็ช่างตรงกับทีมหญิงชราในฤดูกาลนี้เลย แฮร์ธ่า เบอร์ลินภายใต้การคุมทีมของพาล ดาร์ไดเล่นฟุตบอลได้น่าหลงใหลและสร้างผลงานได้ดี

ตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกาเมื่อฤดูกาล 2013 แฮร์ธ่าจบฤดูกาลในอันดับท็อปเท็นได้ถึงสามครั้ง และตอนนี้ดาร์ไดกำลังพยายามพาทีมไปให้ไกลขึ้นโดยตั้งเป้าจบฤดูกาลด้วยอันดับท็อปโฟร์ให้ได้อีกครั้งหลังลูเซียง ฟาฟร์ทำได้ในปี 2009 ในสมัยที่คุมทีมยักษ์ใหญ่จากเมืองหลวงแห่งนี้

ออนเดรจ์ ดูด้า มิดฟิลด์ตัวรุกชาวสโลวักโชว์ฟอร์มเด่นยิงประตูสำคัญพาทีมเอาชนะทั้งชาลเค่อ โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคและบาเยิร์น มิวนิค ยิงรวมไปแล้วถึง 6 ลูกในฤดูกาลนี้

แข้งหน้าใหม่อย่างยาไวโร ดิลโรซุน และดาวเตะออสเตรียอย่างวาเลนติโน ลาซาโรก็กำลังพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม และที่สำคัญคือแฮร์ธ่า เบอร์ลินมีนักเตะวัยเก๋าให้ดาวรุ่งได้เดินตามรอยเท้าถึงสองคนคือ เวดัด อิบิเซวิช ที่ยิงในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 4 ลูก และซาโลมง กาลู ยอดดาวยิงแห่งไอวอรี่โคสต์

น่าเสียดายที่แฮร์ธ่าทำได้เพียงเสมอไมนซ์ไปแบบไร้สกอร์หลังจากสามารถเอาชนะเสือใต้ บาเบิร์น มิวนิคไปได้ แต่ก็อย่าลืมว่าไมนซ์นั้นยังไม่แพ้ใครในบ้านเลยในฤดูกาลนี้ จึงอาจไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนัก

“เราไม่ใช่บาร์เซโลน่า” แพร์ สเกลเบรด มิดฟิลด์ชาวนอร์เวย์กล่าวหลังเกมเสมอไมนซ์ “วันไหนที่เราเล่นเข้าฟอร์ม เราสามารถชนะได้ทุกทีม แต่ทุกทีมในบุนเดสลีกาก็เล่นฟุตบอลได้ทั้งนั้น เราต้องน้อมรับหนึ่งแต้มและพยายามต่อไป”

ถือเป็นคำกล่าวที่ยืนยันว่าแฮร์ธ่า เบอร์ลินไม่ได้ท้อในใจ แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะยืนระยะได้นานสักแค่ไหนกัน…

สนับสนุนข่าวสารดีๆ โดยเว็บต้มยำกีฬา เว็บข่าวฟุตบอลสดใหม่

 

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความเห็นถูกปิด แต่trackbacksละ Pingbacks are เปิด