แข้งวัยรุ่นผู้ดีพากันล่าฝันในบุนเดสลีกา

แข้งวัยรุ่นผู้ดีพากันล่าฝันในบุนเดสลีกา

116

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแรงบันดาลใจจากวง “เดอะ บีทเทิ่ลส์” ที่เคยมาลับคมฝีมือดนตรีบนท้องถนน และ เวทีในกรุงฮัมบวร์ก หรือ เดินตามรอยเท้า เควิน คีแกน ตำนานแข้งดังชาวอังกฤษเจ้าของรางวัล “บัลลงดอร์” สองสมัยที่เคยมาค้าแข้งที่เมืองนี้เช่นกันหรือไม่

ที่ทำให้บรรดาแข้งวัยรุ่นจากแดนผู้ดีพากันบินข้ามทะเลมาล่าฝันกันในบุนเดสลีกากันอย่างล้นหลาม จนตอนนี้ลีกสูงสุดของเยอรมนีได้กลายเป็นเวทีบ่มเพาะฝีเท้านักเตะดาวรุ่งไปแล้ว ลองมาเจาะลึกกันดูว่าทำไมนักเตะเหล่านี้จึงแห่มาค้าแข้งในเยอรมนีมากขึ้นเรื่อยๆ

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษนั้นขึ้นชื่อมานานว่าเป็นลีกที่ตื่นเต้น เร้าใจ และเต็มไปด้วยสตาร์ระดับโลกมากมาย ถือเป็นฝันสำหรับแฟนบอลทุกคนที่จะได้ดูการแข่งขันที่น่าติดตาม แต่เมื่อมองในมุมของนักเตะหน้าใหม่ชาวอังกฤษแล้ว รับรองว่าพวกเขาคงพูดออกมาเหมือนกันทุกคน “นี่มันนรกชัดๆ!”

เกือบ 70 เปอร์เซนต์ของผู้เล่นในพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นนักเตะต่างชาติล้วนๆ ยิ่งถ้าเป็นสโมสรใหญ่ๆ แล้ว การขึ้นไปเบียดแย่งตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ก็ยิ่งยากขึ้น มีการเก็บสถิติว่าในทีมดังอย่างอาร์เซนอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี มีนักเตะเลือดอิงลิชได้โอกาสลงสนามเพียง 23, 17 และ 16 เปอร์เซนต์ของเกมการแข่งขัน (ตามลำดับ) ในฤดูกาล 2016/17

ขณะที่ในบุนเดสลีกา เยอรมนี มีนักเตะเพียงครึ่งหนึ่ง (49%) ที่มาจากต่างชาติ ทำให้นักเตะดาวรุ่งชาวเยอรมันมีโอกาสลงเล่นโดยไม่ต้องห่วงว่าจะถูกเบียดแย่งโอกาสมากจนเกินไป จากสถิติในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2017 รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีพบว่านักเตะทีมชาติอังกฤษมีประสบการณ์ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกรวมกันประมาณแค่ 200 นัดเท่านั้น เทียบกับนักเตะทีมชาติเยอรมนีซึ่งแม้จะมีหลายคนที่ได้ขึ้นไปเล่นในทีมชาติชุดใหญ่แล้ว แต่ก็ยังมีประสบการณ์ลงเล่นในบุนเดสลีการวมกันกว่า 1,000 นัด

ซานโช นักเตะผู้เบิกทาง

เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในการย้ายมาจากอังกฤษและสามารถตามล่าฝันในบุนเดสลีกาได้สำเร็จ จาดอน ซานโชถือเป็นดีลที่คุ้มค่าที่สุดหลังย้ายจากแมนฯ ซิตี้ มาร่วมทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เมื่อช่วงหน้าร้อนในปี 2017

และสามารถแสดงฝีเท้าได้น่าประทับใจในทันที จนกลายเป็นกำลังสำคัญที่พาดอร์ทมุนด์ทะยานนำจ่าฝูงในตอนนี้ ทิ้งห่างอันดับสองอยู่ 7 แต้ม โดยดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ทำไปแล้ว 6 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ (สูงสุดในลีก)

“พูดตรงๆ พวกเขาให้โอกาสนักเตะแบบผมที่อายุน้อยขนาดนี้ ผมต้องขอบคุณสโมสรและครอบครัวที่คอยสนับสนุนผมมาตั้งแต่ต้น” ซานโชกล่าวไว้เมื่อช่วงต้นฤดูกาล เขาถูกจัดอันดับให้เป็นผู้เล่นที่ย้ายทีมได้คุ้มค่าตัวมากที่สุดเทียบเท่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดยเว็บไซต์ TransferMarkt ความสำเร็จนี้ทำให้แข้งวัยรุ่นในอังกฤษพากันเดินตามรอยเท้าของซานโชบ้าง

เริ่มจาก รีสส์ เนลสัน คู่หูในวัยเด็กของซานโช ที่ได้รับคำปรึกษาจากซานโช ก่อนตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมฮอฟเฟนไฮม์ด้วยสัญญายืมตัวในเดือนสิงหาคมเมื่อปีที่ผ่านมา

“จาดอนบอกว่ามีโอกาสเปิดกว้างให้ผมมากมายที่นี่” เนลสัน วัย 19 ปีกล่าว “เรามีหลายๆ อย่างที่เหมือนกันและเขาก็บอกว่าผมควรย้ายมา มันจะทำให้ผมได้แสดงฝีเท้าของผมเอง”

อเดโมลา ลุคแมน เป็นอีกคนที่เดินตามเส้นทางเดียวกัน เขาเคยมีช่วงเวลาที่ดีกับสโมสรแอร์เบ ไลป์ซิก “ผมต้องการความท้าทายใหม่ๆ ได้เล่นในลีกใหม่” ลุคแมนกล่าวหลังย้ายจากเอฟเวอร์ตันมาเมื่อต้นปี 2018

 “ที่อังกฤษ บุนเดสลีกามีชื่อเสียงมาก มีสนามระดับท็อป มีนักเตะชั้นดี แข็งแกร่งและมีวินัย เกมการแข่งขันอยู่ในระดับสูง” ซีซั่นที่ผ่านมาลุคแมนฝากผลงานด้วยการลงสนามทั้งสิ้น 11 นัด ทำได้ถึง 5 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ มีส่วนช่วยให้ไลป์ซิกคว้าอันดับ 6 ในลีก ตีตั๋วไปเล่นศึกยูเอฟ่า ยูโรปาลีก ได้สำเร็จ ก่อนกลับไปยังเอฟเวอร์ตันเมื่อสัญญายืมตัวสิ้นสุดลง

เรื่องราวทั้งหมดนี้เองที่สั่นสะเทือนไปถึงวงการฟุตบอลอังกฤษ ไม่เพียงแค่นั้น เควิน ดันโซ นักเตะทีมชาติออสเตรียก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในเอาก์สบวร์กได้ด้วยวัยเพียง 19 ปี

“ผมคิดว่านี่คือปัญหาของนักฟุตบอลรุ่นผมในทุกวันนี้ โดยเฉพาะในอังกฤษ เราสบายเกินไป ใจร้อนเกินไป ผมว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่านี่มันเป็นโอกาสที่ใหญ่แค่ไหน ถ้าคุณพิสูจน์ตัวเองได้ในบุนเดสลีกา สโมสรก็จะเข้าใจและให้คุณได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างที่คุณต้องการ”

โอกาสนี้เองที่ดึงดูดให้นักเตะพรสวรรค์ชาวอังกฤษรุ่นใหม่ๆ พากัน Brexit มาล่าฝันในบุนเดสลีกา คีแนน เบนเน็ตส์ ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เพิ่งเซ็นสัญญายาว 4 ปีกับโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค หลังโอกาสลงเล่นในทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ช่างริบหรี่ ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมามีดาวรุ่งอีกสองรายที่ย้ายข้ามฝั่งมาเล่นในบุนเดสลีการ่วมกับคนอืjนๆ ที่เอ่ยไว้ข้างบน ทั้งแรบบี้ มาตอนโด้ กองหน้าจากเวลส์ ที่ย้ายจากแมนฯ ซิตี้ มาร่วมทีมชาลเค่อ และ เอมิล สมิธ โรว์ ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษชุดยู 17 ที่ย้ายจากอาร์เซนอลมาร่วมทีมไลป์ซิก ตามรอยลุคแมน

“บุนเดสลีกาเป็นลีกที่มหัศจรรย์ ในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่ง ชาลเค่อคือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วล่ะ นักเตะอย่างเมซุต เออซิล อีวาน ราคิติช และเลรอย ซาเน่อ ก็เริ่มต้นความยิ่งใหญ่บนเส้นทางลูกหนัง ณ สโมสรนี้” นักเตะหลายคนย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกาด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งต้นสังกัดต่างก็หวังว่านักเตะเหล่านี้จะได้มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเตรียมความพร้อมเพื่อกลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่นักเตะอาจจะเปลี่ยนใจอยู่ต่อก็ได้ หากพวกเขาคิดว่าอยากจะได้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในบุนเดสลีกามากกว่าจะไปต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในอังกฤษ

เดวิด เบตส์ ดาวรุ่งชาวสก๊อตวัย 22 ปีของฮัมบวร์กกล่าวว่า “ที่นี่ผมกลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้น ผมติดทีมชาติสก๊อตแลนด์ได้ก็เพราะได้เล่นกับฮัมบวร์ก และรู้สึกขอบคุณสโมสรสำหรับสิ่งนี้!”

อีกคนที่ต้องพูดถึงคือ แมนเดล่า เอ็กโบ แบ็คขวาวัย 21 ปีที่ย้ายจากคริสตัล พาเลซ มาร่วมทีมกลัดบัคเมื่อปี 2015 และพัฒนาฝีเท้าอยู่ในทีมสำรองของสโมสรอยู่เรื่อยมา ซึ่งในตอนนี้เขาสามารถก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้แล้ว นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าความอดทน พัฒนาการ และความฝัน จะนำมาได้ซึ่งโอกาสในบุนเดสลีกา โอกาสในการลงเล่นก็เหมือนกับการให้เด็กได้วิ่งออกไปเล่นชิงช้าในสนามเด็กเล่น แทนที่จะบังคับให้เขานั่งดูเฉยๆ แล้วสั่งสอนว่าอะไรทำอย่างไร ทางที่ดีควรจะปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองคงจะดีกว่า อย่างน้อยก็มีซานโช เนลสัน มาตอนโด้ และพรรคพวกที่คิดแบบนี้

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความเห็นถูกปิด แต่trackbacksละ Pingbacks are เปิด