ข้อเสียที่จะตามมาของลิเวอร์พูล เมื่อขาด ฟาน ไดค์

ข้อเสียที่จะตามมาของลิเวอร์พูล เมื่อขาด ฟาน ไดค์

180

ถ้ามองแค่ชื่อชั้นและฟอร์มโดยรวมในตอนนี้แล้วนั้น หลายคนก็คิดว่า ลิเวอร์พูล เหนือกว่า บาเยิร์น มิวนิค เยอะพอตัว สำหรับการทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งดูเผินๆ แล้ว “หงส์แดง” ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ผลการแข่งขันที่ดีๆ ในการดวลกันนัดแรกที่ แอนฟิลด์ วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมที่เหมือนจะสวยหรูของ ลิเวอร์พูล มันก็มีหลุมขนาดใหญ่ที่น่าเป็นห่วงอยู่ นั่นคือการที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของพวกเขาติดโทษแบนในนัดแรก จากการที่สะสมใบเหลืองครบ 3 ใบในรอบแบ่งกลุ่ม

แน่นอนว่าถ้าขาดนักเตะทั่วไปมันคงไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่ ฟาน ไดค์ คึอคนที่มีความสำคัญกับ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้มากพอๆ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตู หรือ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนเลย เพราะเขาเป็นเซนเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของทีม และช่วยทำให้ทีมมีผลงานดีในลีกมาจนถึงตอนนี้ และวันนี้เราก็จะมาวิเคราะห์กันว่าการขาดเขาไปมันมีผลเสียหลักๆ อะไรบ้างสำหรับ “หงส์แดง”

 – สภาพคู่เซนเตอร์แบ็กที่น่าเป็นห่วง
ถ้าเกิด ฟาน ไดค์ หมดสิทธิ์ลงเล่นแล้วมันยังมีตัวเลือกดีๆ หลายคนก็ว่าไปอย่าง แต่ในความเป็นจริงนั้นนอกจากดาวเตะชาวดัตช์แล้ว โจ โกเมซ กับ เดยัน ลอฟเรน อีก 2 เซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล ก็จะไม่ได้ลงเล่นเกมนี้ด้วย เพราะทั้งคู่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่

นั่นหมายความว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จะเหลือเซนเตอร์แบ็กแบบที่มีประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่พอตัวแค่คนเดียว นั่นคือ โฌแอล มาติป ส่วนปราการหลังตัวกลางอีกตัวนั้น คล็อปป์ จำเป็นต้องเอาคนในตำแหน่งอื่นมาเล่น ซึ่งดูแล้วคนที่มีโอกาสได้ลงเล่นมากที่สุดคือ ฟาบินโญ่

แน่นอนว่าการเอาคนที่ไม่ได้เป็นเซนเตอร์แบ็กอาชีพลงเล่นมันก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ทีมเสียประตูเยอะพอตัว ขณะที่ มาติป เองก็เป็นพวกที่ไม่ได้คงเส้นคงวาเหมือน ฟาน ไดค์ อยู่แล้ว ดังนั้นเหล่า “เดอะ ค็อป” ก็คงต้องหวังให้วันนั้น มาติป องค์ลงให้ได้

 – ความลำบากในการประกบ เลวานดอฟสกี้
การที่ บาเยิร์น มีกองหน้าอาชีพแค่คนเดียวทำให้ฟังดูแล้วการตามประกบอาจจะเป็นเรื่องง่าย แต่ปัญหาคือคนนั้นๆ ไมใช่หัวหอกธรรมดา แต่เป็นคนที่มีชื่อว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงชาวโปแลนด์ที่มีคุณภาพดีสุดๆ

แน่นอน ถ้าเกิด ฟาน ไดค์ ยังอยู่ เขาก็น่าจะรับมือกับ เลวานดอฟสกี้ ได้ดี แต่เมื่อดาวเตะชาวดัตช์หายไป มันก็มีโอกาสที่จะทำให้ เลวานดอฟสกี้ ซึ่งเป็นอดีตลูกทีมแสนรักของ คล็อปป์ เล่นได้ง่ายขึ้น เพราะเขาเป็นกองหน้าชั้นยอดที่พร้อมจะลงโทษกองหลังเมื่ออีกฝ่ายเล่นพลาดอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าเกิดคู่เซนเตอร์แบ็กของ ลิเวอร์พูล ในวันอังคารนี้ไม่สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นของพวกเขาขึ้นมาได้แล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ก็อาจจะได้สกอร์ที่ไม่สู้ดีนัก ก่อนจะไปเล่นนัดสองก็ได้

 – การรับมือกับความเร็วของ บาเยิร์น
ด้วยส่วนสูง 195 เซนติเมตรของ มาติป (ซึ่งสูงกว่า ฟาน ไดค์ 2 เซนติเมตร) ทำให้การรับมือลูกกลางอากาศของ ลิเวอร์พูล อาจจะไม่ได้ด้อยลงไปมากนัก โดยเดิมทีการโหม่งก็ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ มาติป อยู่แล้ว

ส่งที่น่ากังวลมากกว่าคือเรื่องความเร็วและความว่องไวของ บาเยิร์น มากกว่า มาติป ไม่ได้เป็นกองหลังที่เด่นเรื่องความเร็ว และถ้าเกิด คล็อปป์ ใช้ ฟาบินโญ่ เป็นคู่หูของ มาติป จริงๆ มันก็ค่อนข้างน่ากังวลพอตัว

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นิโก้ โควัช เทรนเนอร์ บาเยิร์น น่าจะใช้งาน คิงส์เล่ย์ โกมัน กับ แซร์จ นาบรี้ ในฐานะตัวริมเส้นของสองฝั่ง ซึ่งทั้งคู่ก็มีความเร็วที่ดีพอตัว โดยนอกจากทั้งคู่จะมีโอกาสฉีกหนีคู่เซนเตอร์แบ็กของ ลิเวอร์พูล ได้แล้วนั้น พวกเขาก็อาจจะสร้างความปั่นป่วนจนเรียกลูกจุดโทษในตอนที่ลากเข้ามาในกรอบเขตโทษได้เช่นกัน

– ชีวตลำบากเมื่อขาดซูเปอร์ ฟาน ไดค์
ด้วยความที่เป็นตัวหลักของทีม ฟาน ไดค์ จึงถูกใช้งานเกือบตลอดทั้งฤดูกาลนี้ และการที่เขาลงเล่นก็ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะในลีกได้เรื่อยๆ รวมทั้งมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ด้วย

ตลอดทั้งซีซั่นนี้ ฟาน ไดค์ ไม่มีชื่อติดทีมแม้แต่การเป็นตัวสำรองเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น ซึ่งทั้ง 2 นัดดังกล่าว ลิเวอร์พูล ก็พบกับความปราชัยทั้งหมด ประกอบด้วยเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่แพ้ เชลซี 1-2 และเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดพ่าย วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ด้วยสกอร์เดียวกัน

ก็ไม่รู้ว่าเกมกับ บาเยิร์น ในวันอังคารนี้ ซึ่งเป็นหนที่ 3 ที่ ฟาน ไดค์ ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมในฤดูกาลนี้นั้น จะมีผลลัพธ์ต่างไปจาก 2 ครั้งก่อนหน้านี้รึเปล่า

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความเห็นถูกปิด แต่trackbacksละ Pingbacks are เปิด