7 ประเด็นฮ็อตจากเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ผ่านมา

138

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว โดยสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลากหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ที่พากันเก็บชัยชนะได้เกือบทั้งหมด รวมถึงยังได้ทีมตกชั้นเป็นทีมแรกในฤดูกาลนี้แล้ว

เรามีการรวบรวมสถิติและสิ่งที่น่าสนใจจากเกมพรีเมียร์ลีกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาฝากกันไปติดตามกันเลย

4 แข้งแมนยูทำประตูแตะหลักสิบ 

แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังมีผลงานที่ยอดเยี่ยม และมีสถิติการทำประตูของบรรดานักเตะเหมือนกับในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

หลังจาก “ปีศาจแดง” คว้าชัยเหนือวัตฟอร์ด 2-1 จากประตูของ มาคัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซึ่งทำให้ทั้งสองคนทำประตูแตะหลัก 10 ในลีกเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมีแข้งแนวรุกอีกสองคนที่ทำได้มากกว่า 10 ประตูคือ ปอล ป็อกบา และ โรเมลู ลูกากู

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995-96 ที่มีนักเตะของทีม 4 คนทำได้ตั้งแต่ 10 ประตูขึ้นไปได้ในลีก หลังจาก พอล สโคลส์, แอนดี้ โคล, ไรอัน กิ๊กส์ และ เอริค คันโตน่า ที่เคยทำไว้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีเมื่อบรรดาแนวรุกต่างช่วยกันทำประตูไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่ง

ลิเวอร์พูลจอมยิงท้ายเกม 

มีหลายเกมในซีซํ่นนี้ที่ “หงส์แดง” โชว์สปิริตกลับมาคว้า 3 แต้มได้แบบไม่น่าเชื่อในช่วงท้ายเกม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีหัวใจนักสู้ของนักเตะ

ประตูชัยของพวกเขาในเกมกับ สเปอร์ส จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ในนาทีที่ 90 ถือเป็นลูกที่ 3 ในฤดูกาลนี้ที่กลายเป็นประตูชัยในช่วงนาทีที่ 90 ขึ้นไป ซึ่งเป็นสถิติอันดับ 2 ของสโมสรในการแข่งขันฤดูกาลเดียว

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล เก็บได้ 79 คะแนนถือว่าดีที่สุดหลังจากผ่านไป 32 เกมในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกด้วย

ฟอร์มสุดฮ็อตของ ฟีร์มีโน่     

 กองหน้าทีมชาติบราซิลทำได้หนึ่งประตูในเกมที่เอาชนะ สเปอร์ส 2-1 ซึ่งกลายเป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวจาก 6 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ ลีกที่ แอนฟิลด์ ซีซั่นนี้ ซึ่งมากที่สุดจาก 25 เกมก่อนหน้านี้ และยังเป็นประตูจากลูกโหม่งลูกที่ 4 ในลีกฤดูกาลนี้อีกด้วย

รูเบน ลอฟตัช ชีค สวมวิญาณ แฟรงค์ แลมพาร์ด 

ดาวเตะวัย 23 ปี ลงมาสวมบมฮีโร่โขกประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บพาทีมพลิกกลับมาเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 ซึ่งประตูของเขากลายเป็นประตูชัยหลังผ่าน 90 นาที เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เคยทำได้กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2014

แบร์นาโด้ ซิลวา ผลงานสุดแจ่ม

  มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสกำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอด หลังทำประตูได้ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ในเกมที่เอาชนะ ฟูแล่ม 2-0 พร้อมคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง จนแฟนๆ “เรือใบสีฟ้่า” ต่างพากันร้องเพลงเป็นชื่อของเขาในสนาม

ส่งผลให้แข้งวัย 24 ปีทำประตูและแอสซิสต์เป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันรวมทุกรายการ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาทำได้กับทีมนับตั้งแต่ย้ายมากจาก โมนาโก ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังมีสถิติวิ่งถึง 11.3 กิลโเมตร มากกว่าทุกคนในสนาม

จากผลงานดังกล่าวทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนถึงกับออกมาชื่นชมว่าเป็นนักเตะที่โชว์ฟอรืมได้คงเส้นคงวามากที่สุดและมีส่วนสำคัญในการช่วยนำทีมลุ้น 4 แชมป์อยู่ในขณะนี้

วาร์ดี้ คนเดิม

การเข้ามาทำหน้าที่ของกุนซือชาวสกอตที่เข้ามาแทน โคล้ด ปูแอล นอกจากจะมาทำให้ทีม “จิ้งจอก” กลับมาทำผลงานยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการคว้าชัย 3 เกมติดต่อกัน ยังทำให้ เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าตัวเก่งคืนฟอร์มสุดยอดทำ 4 ประตูจาก 4 เกมหลังสุดนับตั้งแต่ รอดเจอร์ส เข้ามากุมบังเหียน

สถิติที่ไม่น่าจดจำของฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 

   “เดอะ เทอร์ริเออร์ส” ไม่สามารถยืดหยัดอยู่บนลีกสูงสุดเป็นฤดูกาลที่สามติดต่อกันได้ หลังเกมล่าสุดบุกไปแพ้ คริสตัล พาเลซ 0-2 เมื่อคืนวันเสาร์ พร้อมทำสถิติที่ไม่น่าจดจำ

จากผลงานดังกล่าวทำให้ทีมของกุนซือ แยน ซีแวร์ต ยังคงมี 14 แต้ม จากการลงเตะ 32 นัด โดยตามหลัง เบิร์นลี่ย์ ทีมอันดับ 17 ถึง 19 แต้ม นั่นจึงทำให้พวกเขาตกชั้นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทำสถิติที่ไม่น่าจดจำกลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์พรีเยร์ลีก ต่อจาก ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อปี 2008 ที่การันตีตกชั้นตั้งแต่ก่อนสิ้นเดือนมีนาคมเสียอีก

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความเห็นถูกปิด แต่trackbacksละ Pingbacks are เปิด